วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หากท่านได้รับมอบหมายจากผู้บริหารสถาบันบริการสารสนเทศให้เป็นผู้กำหนดนโยบายและจัดการสารสนเทศดิจิทัลในหน่วยงานของท่านท่านจะมีแนวทางในการดำเนินงานอย่างไร

กำหนดนโยบาย
การบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ต้องเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบต่างๆ อาทิ
- อุปกรณ์เครื่องมือและซอฟต์แวร์ งบประมาณ บุคลากร เวลา และทรัพยากรที่จัดเก็บ
- การสนับสนุนของผู้บริหาร
- การกำหนดวัตถุประสงค์และหน้าที่ของหน่วยงาน วัตถุประสงค์ในการสร้างระบบ
- ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในทรัพยากร
- การพิจารณาถึงความเหมาะสม และวิเคราะห์ความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้อง
>>>กำหนดวัตถุประสงค์ของการบริการสารสนเทศดิจิทัล
๑. เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูล
๒. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาหาข้อมูลที่ได้ประสิทธิภาพ
>>>วิสัยทัศน์
           เป็นศูนย์กลางให้บริการสารสนเทศดิจิทัลทุกรูปแบบ ที่สามารถเข้าถึง แลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงกันได้รวมทั้งใช้เทคโนโลยีบูรณาการในการให้บริการสารสนเทศดิจิทัล เพื่อการสืบค้นข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการสารสนเทศดิจิทัล  
แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศ
         1. ห้องสมุดดำเนินการรวบรวมผลงานวิชาการที่เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันมาจัดทำเนื้อหาดิจิทัล โดยประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆในสถาบัน
         2. ห้องสมุดดำเนินการแปลงเนื้อหาผลงานวิชาการให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล จากต้นฉบับตัวเล่ม ไฟล์ไมโครซอฟต์เวิร์ดหรือ ไฟล์ดิจิทัลอื่นๆ
         3.  ห้องสมุดหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายดำเนินการ จัดเก็บผลงานวิชาการในรูปแบบดิจิทัลลงในฐานข้อมูลกลาง หรือคลังความรู้ของสถาบัน
        4. มีระบบจัดเก็บผลงานวิชาการรูปแบบดิจิทัลในลักษณะคลังความรู้ของสถาบัน ที่สามารถ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาดิจิทัลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
         5. มีบุคลากรผู้รับผิดชอบจัดทำคลังความรู้ของสถาบัน และมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านคลังความรู้ของสถาบันโดยเฉพาะ
        6. มีบุคลากรผู้ปฏิบัติงานที่เชี่ยวชาญในการผลิต จัดเก็บ วิเคราะห์เนื้อหาและลงรายการเมตาดาตา สงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล
       7. มีการกำหนดและควบคุมมาตรฐานการลงรายการเมตาเดตาในฐานข้อมูล ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่นได้
          8. หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานวิจัย และคณะต่างๆที่มีการจัดเก็บผลงานวิชาการของอาจารย์และบุคลากร จัดส่งสำเนาตัวเล่มหรือไฟล์ดิจิทัลมาให้ห้องสมุดดำเนินงาน
         9. มีการสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศผลงานวิชาการในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้อยู่ในสภาพคงทนถาวรอยู่ได้นาน และมีการบำรุงรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ ให้พร้อมใช้งานและมีการสำรองข้อมูลลงในอุปกรณ์จัดเก็บและเครื่องเซิร์ฟเวอร์
    10. มีบริการเข้าถึงเนื้อหาทรัพยากรสารสนเทศผลงานวิชาการรูปแบบดิจิทัล โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และให้บริการเนื้อหาที่มีทั้งบทคัดย่อและฉบับเต็ม ดำเนินงานโดยห้องสมุด
กระบวนการจัดการสารสนเทศดิจิทัล
          ๑. สงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ
          ๒. จัดหาและรวบรวม
          ๓. ผลิตทรัพยากรสารสนเทศ
          ๔. จัดเก็บและประมวลผล
          ๕. จัดหมวดหมู่และทำรายการ
          ๖. เผยแพร่และให้บริการ
การจัดบุคลากรรับผิดชอบงานจัดการสารสนเทศดิจิทัล
          ๑. บุคลากรที่รับผิดชอบด้านงานเทคนิค
                    - นักวิชาการคอมพิวเตอร์
                    - นักวิชาการโสตทัศนศึกษา

            ลักษณะงาน
                    - ผลิต/สงวนรักษา
                    - จัดเก็บและประมวลผล
                    - สแกนเนื้อหาดิจิทัล

                    - จัดการไฟล์/ทำบุ๊กมาร์ก

                    - เชื่อมโยงลิงค์
                    - จัดการความปลอดภัย
                    - อัพโหลดไฟล์
                    - บำรุงรักษาฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์
                    - พัฒนาฐานข้อมูล
              หน่วยงานที่รับผิดชอบ
                    - ฝ่ายไอที/ฝ่ายโสตฯ
                    - ฝ่ายส่งเสริมการใช้บริการ
                    - งานจดหมายเหตุ
          ๒. บุคลากรที่รับผิดชอบด้านเนื้อหา
                    - บรรณารักษ์
                    - นักเอกสารสนเทศ
              ลักษณะงาน
                    - จัดหาและรวบรวม
                    - ผลิตทรัพยากร
                    - จัดเก็บและประมวลผล
                    - จัดหมวดหมู่และทำรายการ
                    - ให้บริการ
                    - สแกนเนื้อหาดิจิทัล
                    - บันทึกข้อมูล/ลงรายการ
                    - จัดการไฟล์/ทำบุ๊กมาร์ก
                    - อัพโหลดไฟล์
                   - ลงรายการบรรณานุกรมตามมาตรฐาน MARC Format
                    - จัดทำเมทาดาทา
                    - กำหนดหัวเรื่องและคำค้นลงฐานข้อมูล
              หน่วยงานที่รับผิดชอบ
                    - ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรฯ
                    - ฝ่ายพัฒนาทรัพยากร
                    - ฝ่ายสงวนรักษาทรัพยากร
                    - งานจดหมายเหตุ


วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ทรรศนะเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดการสื่อ กรณีศึกษาประเทศไทย เปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนและประเทศในกลุ่มยุโรป

สังคมความรู้ หมายถึง สังคมซึ่งใช้ความรู้เป็นทรัพยากรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำความรู้ไปพัฒนาอย่างต่อเนื่องวิวัฒนาการการพัฒนาการเขียนในยุคต่างๆ ในอดีตทำให้เกิดการเรียนรู้จนถึงปัจจุบันสู่การใช้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตเป็นสถิติที่สูง ทำให้ต้องมีการบริหารจัดการ และกำหนดมาตรฐานสื่อขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงได้สูงสุด
มาตรฐานการจัดการสื่อของประเทศไทยยังถือเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขโดยด่วน สื่อประเทศไทยยังต้องได้รับการจัดการอีกมาก เนื่องจากประเทศไทยมีระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าวสารบ้านเมือง ได้อย่างไม่จำกัด โดยเฉพาะปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลและมีบทบาทต่อชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเมือง เศรษฐกิจ บันเทิง สื่อเข้ามามีบทบาทในการเผยแพร่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในรูปของสื่อมวลชน สื่อออนไลน์ และข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมา ก็ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการกรองข้อมูลหรือข่าวสารให้ดีก่อน ส่งผลให้ผู้รับสารหรือประชาชนได้รับข่าวสารบางเรื่องที่มีความบิดเบือนไปจากเดิม เป็นผลเสียให้แก่บุคคลในข่าวหรือต่อสถาบันต่าง ๆ ภายในประเทศอีกด้วย อีกทั้งข่าวที่เผยแพร่ออกไปยังไม่ได้หยุดพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ยังถูกเผยแพร่ออกไปยังประเทศอื่น ๆ โดยที่ต่างประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารของประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย ส่งผลเสียให้มีข้อมูลรั่วไหลอาจเกิดผลเสียภายในประเทศได้อีกด้วยไม่ได้มีเพียงในประเทศไทยแต่ยังรวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียนบางประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย เช่นเดียวกับประเทศเมียนมาร์ รัฐบาลเปิดให้สื่อมวลชน ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้นเปิดพื้นที่ให้เสนอข่าวได้อย่างเสรี มาเลเซีย สื่อถูกพัฒนาไปตามเทคโนโลยี นำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา เป็นที่นิยมของประชาชนแต่บางประเทศการจัดการสื่อยังถูกจำกัดสิทธิการใช้งาน การเข้าถึง เช่น กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สื่ออยู่ภายใต้นโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ช่วงหลัง ๆ สื่อถูกผ่อนปรนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของข้าราชการระดับสูง สื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานปัญหาของรัฐบาลได้มากขึ้น ในประเทศฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มาตรฐานการจัดการสื่อยังเป็นเรื่องที่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากในสองประเทศนี้ยังต้องกำกับดูแลในเรื่องของเนื้อหาข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ พาดพิงความเสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลและสถาบันคล้ายกันกับของประเทศไทย แต่ยังเน้นการใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษามาเป็นอันดับแรก ส่วนประเทศบรูไน สื่อยังอยู่ในการบริหารของรัฐหรือพูดอีกนัยคือ สื่อยังอยู่ในกำมือของรัฐบาล เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาล หากหน่วยงานใดได้สัมปทานไปดำเนินการก็ต้องตกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ส่วนมาตรฐานการจัดการสื่อประเทศในกลุ่มยุโรปนั้น ในกลุ่มประเทศยุโรปโดยรวมมีความสามารถที่จะกำหนด ลักษณะขอบเขต การเข้าถึง ประเมิน บูรณาการใช้สื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เข้าใจเศรษฐกิจ กฎหมาย และสังคมที่แวดล้อมสื่อรวมทั้งผลที่เกิด จากการใช้การเข้าถึงสื่ออย่างถูกต้องทั้งทางจริยธรรมและกฎหมาย อย่างไรก็ตามประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องพัฒนาสภาผู้บริโภคสื่อภาคประชาชน เพื่อทำหน้าที่หลักในการร่วมพิจารณาและจัดทำข้อเสนอแนะในนามของประชาชนในการจัดทำกฎหมาย นโยบายที่เอื้อต่อการคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ทั้งนี้ พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ประเทศไทยควรดำเนินการภายใต้พันธะกรณีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในการคุ้มครองสื่อที่ไม่เหมาะหรือเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน